ทำไมหุ้นถึงมีขึ้น แล้วก็มีลง

ทำไมหุ้นถึงมีขึ้น แล้วก็มีลง ก็จะไม่เน้นวิชาการ เน้นเอาไปใช้จริง ได้นะเพราะว่าวิชาการ ตามความรู้สึกของ มองว่าวิชาการ เนี่ยมันจะใช้มาตอบคำถาม ที่มันเกิดขึ้นไปแล้ว ซึ่งมันไม่สามารถ ที่จะกลับไปแก้ไขได้ เพราะมันเกิดขึ้นไปเรียบร้อย แล้วซึ่งเมื่อวาน ก็มีเพื่อนบางท่าน นะสอบถามเข้ามา ว่าทำไมหุ้นถึงลงนะเมื่อ วานนี้จะให้บอก

เอาแบบแนววิชาการ บอกว่าน้ำมันมันลง หรือว่าตลาดหุ้นต่างประเทศ ลงตลาดหุ้นไทยเคยลงมันก็เป็นอะไรที่ค่อนข้างเข้าใจยากนะครับสำหรับมือใหม่นะแล้วก็บางทีมันก็ไม่ค่อย make sense เท่าไหร่นะถ้าเราอยู่ ในตลาดหุ้นซักระยะหนึ่ง แล้วจะพอมองเห็นน บางทีตลาดหุ้นต่างประเทศ ขึ้นตลาดหุ้นไทยลงก็ยัง มีนะหรือว่าตลาดหุ้นต่างประเทศ ลงตลาดหุ้นไทยขึ้นก็มี

joker gaming

ไฮโล

เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ มันก็จะเป็นคำตอบที่นำมาตอบ ในเหตุผลที่เราอยากจะรู้เฉยๆ แต่เราไม่สามารถที่จะเข้า ไปแก้ไขในสิ่งที่มันเกิดขึ้น ไปก่อนหน้านั้นได้เลยสมมุติ ว่าเราซื้อหุ้นในราคา ที่มันชนแนวต้านพอดี แล้วราคาหุ้นมันก็มีการปรับตัว ลดลงมาเราติดดอยแล้ว แต่เราไม่รู้ว่าสาเหตุ มันคืออะไรแล้วมารู้ ตอนปิดตลาดก็ คือน้ำมันลงหรืออะไร ก็ว่ากันไปสุดท้ายแล้ วแก้ไขไม่ได้เพราะเราติดต่อ

ทำไมหุ้นถึงมีขึ้น แล้วก็มีลง

ไปแล้วนั้นเองเพราะฉะนั้น ก็เลยจะบอกเพื่อนๆ ว่าเราไม่จำเป็นต้องไปหาเหตุผล ของสิ่งที่มันเกิดขึ้นในวันนี้ แต่อยากจะให้เพื่อนๆ ลองหาเหตุผลว่า มันจะเกิดอะไรขึ้น ก็เลยจะมาอธิบายให้กับมือใหม่ ได้เข้าใจ ทำไมหุ้นถึงมีขึ้นแล้วก็มีลงส่วนใหญ่หุ้น ขึ้นน่าจะไม่มีปัญหา แต่พอหุ้นลงเนี่ย น่าจะเกิดเป็นปัญหาสำหรับมือใหม่ แล้วเนาะอย่างแรก

จะขอแบ่งมั่งทุนออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ก็คือนักลงทุนเก็งกำไร หลายวันแล้วลงทุน เก็งกำไรตามรอบแล้ว ก็น้องทุนที่เป็นน้องทุน vi เราจะข้ามในส่วนของนักลงทุนที่เป็น vi ตัวแล้วจะมาดูน้องทุน ที่เป็นนักลงทุน เก็งกำไร ในวันแล้วก็นั่งทุน ที่เก็งกำไรตามรอบแล้ว จะเห็นว่าในแต่ละวัน ในช่วงระหว่างวันที่เกิดขึ้น ราคาหุ้นมันก็จะมีการขึ้นลงๆ

สลับกันไปแต่ว่า พอเวลาตลาดหุ้นปิด ราคาหุ้นมันก็จะไปอยู่ ในราคาได้ราคานึงซึ่งส่วนใหญ่ มันก็มักจะเป็นไปตามแนวโน้ม ที่มันเกิดขึ้นในระหว่างวัน ช่วงนั้นนะซึ่งการ ที่ราคาหุ้นมีการขึ้นลงลง ในระหว่างวันนะมัน ก็เกิดจากการเก็งกำไร ของนักลงทุนที่เก็งกำไร ในวันส่วนใหญ่ แล้วก็จะเห็นราคา มีการปรับตัวขึ้นปรับตัวลง ในวันอยู่ประมาณ 1 ถึง 3 เปอร์เซ็นต์

ทำไมหุ้นถึงมีขึ้น แล้วก็มีลง

บวกลบไม่เกินนี้ หรอกต่อมา ในวันที่ตลาดหุ้น มันมีการปรับตัวขึ้นหรือว่า มีการปรับตัวลงอย่างเห็น ได้ชัดซึ่งมีหลายคน ก็อาจจะตกใจ ไม่ว่าจะเป็นการปรับตัว ขึ้นหรือว่าเป็นการปรับตัว ลงจังหวะนี้จะเป็นจังหวะ ที่ได้หลายคนเนี่ยเริ่มหา ข่าวแล้วว่ามันเกิดอะไร ขึ้นทำไมหุ้นถึงมีการปรับตัว ขึ้นแบบนี้หรือว่าทำไมหุ้น ถึงมีการปรับตัวลงแบบนี้สุดท้าย

ยังไม่ได้คำตอบ ที่คุณต้องการหรือ ว่าถ้าเกิดว่าคุณ ได้คุณก็จะได้แบบ ไม่ค่อยชัดเจนเ ท่าไหร่ยิ่งกว่า ตลาดหุ้นจะมีการ ปิดการซื้อขาย ในวันนั้นคราวต่างๆ จะเริ่มออกมาคน เริ่มรู้แล้วว่าเขา ทำไมราคาหุ้น มันถึงมีการปรับตัว

ขึ้นหรือว่าทำไม หุ้นมันถึงมีการปรับ ตัวลงซึ่งอันนี้ จะขอเรียกมัน เก็งกำไรตามรอบ สำหรับการเก็ง กำไรในวันนะ อาจจะไม่ให้ ความสำคัญเท่าไหร่ นะครับแต่ว่าการเก็งกำไ รตามรอบเนี่ย ผมถือว่าผมให้ความสำคัญ ค่อนข้างระดับหนึ่ง เลยนะเพราะว่า มันมีโอกาส ที่จะมีการปรับตัว ขึ้นหรือว่ามีการปรับตัว ลงค่อนข้างเยอะ

ทางเข้าxo

ทางเข้าpg

นะครับเพราะฉะนั้น ถ้าเรารู้ถึงจุดสิ้นสุด ของรอบนั้นๆนะครับ ถ้าเรามีหุ้นอยู่ ในมือเราจะขายหุ้น เหล่านั้นออกมา แต่ถ้าเราไม่มีหุ้น เหล่านั้นเราจะพับมือ ของเราไว้ ก่อนนะครับคำถาม ก็คือเราจะรู้ได้ยัง ไงว่ามันจะถึง จุดสิ้นสุด ของรอบนั้น แล้วอันนี้ผม จะไม่พูดถึงการตีกลับ

หรือว่าการดู indicator อะไรทั้งสิ้น จะพูดถึงสิ่งที่มัน น่าจะเกิดขึ้นจริงๆนะ เราเข้ามาซื้อ ขายหุ้นอะไรดี พูดง่ายๆก็คือเรา จะซื้อหุ้นหรือ ว่าขายหุ้นตอนไหน ซึ่งคำตอบก็คือเราจะซื้อ หุ้นตอนที่เราคิดว่า มันถูกแล้วหรือ เราจะขายหุ้นเมื่อเรา คิดว่ามันแพงแล้ว หรือว่าเราได้กำไร

การดูเปอเซ็นต์ ของหุ้นทั้งหมด

มากพอสมควร แล้วซึ่งวิธีคิด ก็ค่อนข้างง่ายมากๆ เลยนะครับให้ เรานำเปอร์เซ็นต์ การขึ้นลงในแต่ละวัน ที่ผมบอกไปตอนแรก ก็คืออยู่ระหว่าง ประมาณ 1 ถึง 3 เปอร์เซ็นต์ มาบวกกันถ้าเกิดว่าเกิน 10 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นไปหรือว่า 15 เปอร์เซ็นต์ขึ้น

ไปเนี่ยให้เรา เตรียมตัวระวังได้ แล้วว่าในอนาคตอันใกล้ นี้อาจจะมีการเทขาย ทำกำไรหรือว่าเรา อาจจะสังเกตจากการ ปรับตัวของราคา หุ้นหรือว่าดัชนีหุ้น ที่อาจจะมีการปรับตัว มานานพอสมควร แล้วมันอาจจะมีการ เปลี่ยนแนวโน้ม บ้างหรือเปล่า หรือว่าจะมีการปรับฐาน

หรือเปล่าอะไรนี้ เราจะต้องเอะใจตรงนี้ นิดนึงนะวิธีนี้ อาจจะดูงงนิดนึง นะครับงั้นเรามาดูอีก วิธีหนึ่งก็คือการสังเกต ผู้เล่นซึ่งในภาษา วิชาการเขาจะเรียกว่าประเภท ของนักลงทุน มันก็จะมีน่องทุน ในประเทศลงทุน ต่างประเทศลง ทุนสถาบันและก็น้องทุน ที่เป็นโบรกเกอร์ หรือเขาเรียกว่าป๊อป เทรดนะครับก็ คือให้เราสังเกต ตัวผู้เล่นทั้ง 4 นี้นะครับ

งบทางการเงิน หุ้น rbf 

เช่นสมมุติว่าฝรั่ งมีการซื้อหุ้นเข้ามา ในประเทศมีการขายหุ้น ออกไปปรากฏ ว่าราคาหุ้นมีการปรับตัว เพิ่มขึ้นเวลาผ่าน ไปฝรั่งมีการขายหุ้น ออกมาในประเทศ มีการซื้อหุ้นกับขึ้นไปราคา หุ้นมีการปรับตัว ลดลงมานะครับ เราจะใช้ตัวนี้แหละ เป็นตัวชี้วัดว่าต่อไป ราคาหุ้นจะมีการปรับ ตัวขึ้นหรือว่ามีการปรับตัวลงอนาคต ซึ่งข้อมูลอันนี้นะครับ

แล้วก็สามารถหาดู ได้จากเว็บไซต์ set.or.th นะครับ ตรงหน้าแรกเลย นะหรือว่าถ้าเราอยู่ในกลุ่ม Line ของ Marketing ของเรา อะนะเขาก็จะมีการส่ง ให้เราดูทุกๆเย็น อยู่แล้วสรุปง่ายๆ ก็คือถ้าราคาหุ้นมีการปรับตัว ขึ้นไปจนลงทุนที่เขาเก็ง กำไรตามรอบมองว่า

ราคาตรงนี้มันขึ้นมามาก พอสมควรแล้ว เขาก็จะมีการเทขาย ทำกำไรออกมา ซึ่งเราก็จะเรียก ตรงนั้นว่าแนวต้าน หรือการที่ราคาหุ้น มันมีการปรับตัว ลงมาจน นักลงทุนที่เก็งกำไร ตามรอบหรือว่าลงทุน vi บางคนมองว่า ราคาตรงนั้นอยู่ในร้าน ที่ค่อนข้างต่ำ แล้วเขาก็จะมี การเข้าไป