หุ้นRAM vs หุ้นBMDS

หุ้นRAM vs หุ้นBMDS ไม่ได้พูดเรื่อง หุ้นในกลุ่มโรงพยาบาลเลย ในรอบ 2-3 เดือนที่ผ่านมานี้ ก็เลยคิดว่าเออวันนี้ บทความนี้จะมาพูดถึงหุ้น ในกลุ่มโรงพยาบาลกันบ้าง เมื่อวาน ก็นั่งหาอยู่ว่าจะเอาโรงพยาบาล อะไรมาเล่าให้เพื่อนฟังดี เพราะว่าโรงพยาบาลที่อยู่ ในตลาดหลักทรัพย์ไทย ของเราก็มีค่อนข้างเยอะอยู่เหมือนกันอ่ะ ก็นั่งๆหาไป ก็ไปสะดุดกับ หุ้นราม แล้วก็ หุ้น bdms ก็เลยคิดว่าอยากจะเอาทั้ง 2 ตัวนี้มาเล่าให้เพื่อนฟัง

ตอนแรกคิดว่าจะเอามาคุย เป็นหุ้นรายตัว แต่เอาไปเอามาคิดไปคิดมา เอามาเปรียบเทียบกัน น่าจะดีกว่าอะไรงี้ แต่พอมาคิดดูอีกทีก็รู้สึกขำๆ เหมือนกันนะเพราะว่ามัน 2 ตัวนี้ เขามีขนาดที่ค่อนข้างแตกต่างกันมากๆ เลยนะยังพูดดีๆ เขาก็จะมีไซส์ที่ค่อนข้างใหญ่กว่าหุ้นราม แบบหลายเท่าเลยทีเดียวนะแต่ก็อยากจะให้มองว่าเราเป็นรายย่อย ถ้าเกิดว่าเราต้องเลือกหุ้นตัวใด ตัวนึงเพื่อใช้ เราจะเลือกตัวไหนดี

วันนี้ก็เลยทำเป็นข้อมูลมา ให้เพื่อนลองเอาไปตัดสินใจเพิ่มเติม อีกทีนึงแล้วก็เอาไปเป็น ข้อมูลด้วยนั่นแหละอะไรงี้ เนาะโอเคบริการเสียเวลา เราไปดูกันดีกว่าว่าเนื้อหาข้างใน เป็นยังไงกันบ้าง

xo

joker

pg

หุ้น ah

หุ้นRAM vs หุ้นBMDS แตกต่างกันอย่างไร

ชมกันเลยทั้ง หุ้นราม แล้วก็ หุ้น bdms นะครับเพราะประกอบธุรกิจโรงพยาบาล แต่ว่าขนาดไซส์ของตัวบริษัท ทั้ง 2 งวดนี้จะมีความแตกต่างกัน ค่อนข้างเยอะ ยังไงเขาก็จะมีโรงพยาบาลอยู่ในเครือประมาณ 7 แห่ง แต่ว่าของหุ้น bdms เขาก็จะมีโรงพยาบาลอยู่ในเครือ เนี่ยค่อนข้างเยอะนะแล้วก็โรงพยาบาลส่วนใหญ่ ก็จะเป็นโรงพยาบาลที่เป็นชั้นนำมา

หลายๆคนก็น่าจะรู้จักกันนะอย่าง โรงพยาบาลเปาโล โรงพยาบาลพญาไท โรงพยาบาลสมิติเวช อะไรพวกนี้นะ ซึ่งก็จะเป็นโรงพยาบาลที่คุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี ใช่ไหมครับแล้วก็ต่อหน้านาน หุ้น bdms แล้วก็เคยมีหุ้นรามอยู่ในพอร์ตของเขา แต่เขาก็มีการขายหุ้นออกไป เพราะฉะนั้นณตอนนี้ก็คือเขาก็ไม่ได้เป็นอะไรกับ คุณรามแล้วนั้นเอง อย่างที่บอกบว่าตั้ง 2 ตัวนี้ไม่ว่าจะเป็นหุ้นราม หรือว่าหุ้น bdms

ก็จะมีขนาดที่แตกต่างกันค่อนข้าง อย่างธุระเดี๋ยวก็มีมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 353480 ล้านกว่าบาท แต่ว่าของหุ้น bdms ก็จะมี market cap อยู่ที่ 300,000 7570 ล้านกว่าบาท

ซึ่งก็แตกต่างกันประมาณ 10 เท่าเลย ส่วนสินทรัพย์รวมของร่างก็จะอยู่ที่ 23,865 ล้านกว่าบาท แต่ว่าสินทรัพย์รวมของหุ้น bdms ก็จะอยู่ที่ 1,42889 ล้านกว่าบาท ซึ่งก็ห่างกันถึงประมาณ 6 เท่าไหร่เ ช่นกันนะจะเห็นได้ว่าขนาดของทั้ง 2 บริษัท

ไม่ได้ใกล้เคียงกันเลย อาการแบบค่อนข้างเยอะมากๆเลย ก็คิดในใจว่าจะเอามาเปรียบเทียบกัน แล้วมันจะดูดีหรือเปล่า

แต่อย่างไรก็ดีนะอยากจะให้มองว่าเรา เป็นนักลงทุนรายย่อย ถ้าเราจะเลือกหุ้นลงทุนเรา ควรจะเลือกหุ้นตัวไหนดีอะไรมี ก็เลยเอาหุ่นทั้ง 2 ตัวนี้มาเปรียบเทียบให้ดู ว่าหุ้นตัวไหนดีตัวไหนไม่ดี หรือว่าพูดอะไรดีกว่าหรือมึงตัวไหน อาจจะดีน้อยกว่าอะไรงี้ เรามาต่อกันที่หนี้สินรวม ของเมื่อวานก็จะมีหนี้สินรวมอยู่ที่ 9063 ล้านกว่าบาทของหุ้น bdms จะมีหนี้สินรวมอยู่ที่ 50,906 ล้านกว่าบาท

สำหรับในส่วนของผู้ถือหุ้น ของหุ้นรามก็จะอยู่ที่ 1 857 ล้านกว่าบาทของหุ้น bdms ก็จะอยู่ที่ 80,000 738 ล้านกว่าบาท เมื่อเรานำมาคิดเป็นค่าดี คุณรามก็จะมีค่าดีอยู่ที่ 0.8 3 เท่าหุ้น bdms ก็จะมีค่าดีอยู่ที่ 0.7 2 เท่าจากข้อมูลข้างต้นนี้

แล้วก็จะพบว่าทั้งหุ้นรามแล้วก็หุ้น bdms นะก็จะมีสัดส่วนหนี้ในตัวของเขาเนี่ยน้อยทั้งคู่เลย ถึงแม้ว่าหุ้น bdms จะมีสัดส่วนหนี้ที่น้อยกว่าหุ้นรามก็ตามนะ

ตอนนี้พี่เยอะมากๆ เลยนะประมาณ 2 = 3 เท่าเลย แต่ว่าหุ้นของโรงพยาบาลทั้ง 2 ตัวนี้ ยังไม่ถึงเท่านึงเลยนะถือว่าน้อย นี่ก็คือฐานะทางการเงินของหุ้นทั้ง 2 ตัวนี้ ก็ถือว่ามีฐานะทางการเงินที่ดีทั้งคู่ เลยนะถึงแม้ว่าขุนรามจะมีขนาด ที่เล็กกว่าของหุ้น bdms ก็ตามมา ต่อมาแล้วมาดูในส่วนของผลการดำเนินงานของคุณทั้งสองตัวนี้กัน

โดยเรามาดูที่รายได้รวมนะครับของขุนรามก็จะอยู่ที่ 5,500 ล้านกว่าบาทของหุ้น bdms นะครับก็จะมีรายได้รวมอยู่ที่ 1 2534 ล้านกว่าบาทโดยกำไรสุทธิของหุ้นรามก็จะอยู่ที่ 1,400 40 ล้านกว่าบาท

15,000 517 ล้านกว่าบาทเมื่อเรานำกำไรสุทธิหารกับรายได้รวมเราก็จะได้ค่าเน็ต profit หรือว่าอัตรากำไรสุทธิซึ่งค่าเน็ต profit ของผู้ตามก็จะอยู่ที่ 26.18 เปอร์เซ็นต์ ถ้าใน profit ของหุ้น bdms ก็จะอยู่ที่ 16 7 61 profit ก็แสดงให้เราเห็นว่าถึงแม้ว่าขุนราม จะมีขนาดที่เล็กกว่าของหุ้น bdms นะแต่ว่าเขาก็มีอัตราการทำกำไรสุทธิ

ที่เยอะกว่าของหุ้น bdms ซึ่งค่าเน็ต profit มากเท่าไหร่ เพราะจะยิ่งเป็นเรื่องที่ดีของหุ้นตัวนั้น ตรงนี้ค่าเน็ตพวกผิดของหุ้นราม ก็จะเยอะกว่าของหุ้น bdms นั้นเองอย่างที่เราไปดูใน YouTube หรือไปดูในช่องทางอื่น เขาจะบอกเสมอนะครับว่ายิ่งรุ่นเล็ก มันจะมีอัตราการเคลื่อนที่ของการทำกำไรที่มากกว่าหุ้นใหญ่มากเท่านั้นนะ

Bdms อาจจะทำกำไรได้เยอะกว่าของหุ้นราม หลายเท่าแต่พอมาเทียบเป็นอัตราการทำกำไร ก็จะพบว่าหุ้นเราเนี่ยเขามีอัตราการทำกำไร ที่เยอะกว่าของหุ้น bdms ด้วยความที่ขนาดของบริษัท ของเขามันค่อนข้างเล็กกว่าของ BTS ด้วยนั่นแหละ มันก็เลยทำให้อัตราการทำกำไร สุทธิของเขาเนี่ยมันจะค่อนข้างเยอะกว่าของหุ้น bdms

ลงทุนในอะไรดีในระหว่างหุ้น 2 ตัวนี้

พูดง่ายๆก็คือหุ้นตัวเล็กเนี่ย จะมีอัตราการทำกำไรที่คล่องตัวกว่า หุ้นตัวใหญ่ เพราะว่ามันตัวใหญ่กว่าจะเคลื่อนที่ และแต่ละครั้งเนี่ยโอ้โห มันใช้เวลาค่อนข้างเยอะ ขึ้นไปได้ 1% 2 เปอร์เซ็นต์แล้วก็ถือว่าสุดแล้วนะสำหรับคนตัวใหญ่ แต่ว่าสำหรับคนตัวเล็กๆ โอ้โหขึ้นไปเนี่ย 10% เนี่ยเป็นอะไรที่จิ๊บจิ๊บมากหลายๆตัวนะสำหรับในส่วนของค่า rov ก็ต้องยกให้กับหุ้น bdms นะเขามีค่าเอา aov ที่สูงกว่าของหุ้นราม

โดยรวมแล้วทั้งหุ้นรามแล้วก็หุ้น bdms ก็ถือว่ามีค่าเอาเองแล้วเอาอีที่อยู่ในระดับที่น่าสนใจทั้งคู่กันนะครับมาดูกันที่ค่า PE นะครับค่า PE ของหุ้นรามก็จะอยู่ที่ 24.00 เท่าค่า PE ของหุ้น bdms ก็จะอยู่ที่ 37.0 ค่า PV ของหุ้นรามก็จะอยู่ที่ 3.08 เท่าค่า PV ของหุ้น bdms ก็จะอยู่ที่ 4.4 3 เท่าต้องบอกว่าทั้งค่า PE แล้วก็ค่า PV ของหุ้นทั้ง 2 ตัวนี้

งก็ถือว่าอยู่ในระดับที่สูงเหมือนกันทั้งคู่เลยนะแต่หุ้นโรงพยาบาลก็จะเทกันที่ 9 P 20 ถึง 40 เท่านั้นนะครับอันนี้เราก็จะพบว่าทั้งหุ้นรามแล้วก็หุ้น bdms ก็ถือว่าอยู่ในกรอบที่ยังพอรับได้นะครับแต่ว่าหุ้น bdms ก็จะมีค่า PE ที่สูงกว่าของหุ้นลามะนะครับ ซึ่งค่า PE ต่ำเท่าไหร่นะครับก็จะถือว่าเป็นเรื่องที่ดีของหุ้นตัวนั้น

งั้นมีราคาที่ถูกกันเองซึ่งอันนี้ก็ถือว่าตามนั้นถูกกว่าของหุ้น bdms นั่นเองซึ่งอันนี้ก็จะรวมไปถึงค่า PV ด้วยนะยิ่งต่ำยิ่งดีนะครับดังนั้นแล้วก็จะพบว่าทั้งค่า PE แล้วก็ค่าพิมพ์ UV ของผู้ตามนั้นต่ำกว่าของหุ้น bdms ก็เลยถือว่าหุ้นเรามีราคาที่ถูกกว่าของหุ้น bdms นั่นเองสำหรับในส่วนของปันผลก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันของผู้ตามก็จะอยู่ที่ 2.5 8% ของหุ้น bdms ก็จะอยู่ที่ 2.4 4 เปอร์เซ็นต์

อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันอะนะมาต่อกันที่จำนวนหุ้นตามก็จะมีจำนวนหุ้นอยู่ที่ 240 ล้านหุ้นหุ้น bdms ก็จะมีจำนวนหุ้นอยู่ที่ 15,000 บาท 190 2 ล้านกว่าหุ่นสำหรับราคาหุ้นของหุ้นรามก็จะมีราคาอยู่ที่ 139 บาท 50 สตางค์ต่อหุ้นราคาหุ้นของ bdms ที่ 22 บาท 50 สตางค์ต่อหุ้นโดยซีฟู้ด ของหุ้นรามก็จะอยู่ที่ 25.7 6 เปอร์เซ็นต์ของ bdms ก็จะอยู่ที่ 64.1 7% ตามเอง

ก็ถือว่ามีจำนวนหุ้นที่น้อยแถมยังมีซีฟู้ดที่ต่ำ ก็ถือว่ามันจะทำให้สภาพคล่องในตลาดหุ้นเนี่ยค่อนข้างน้อยไปด้วยเช่นกัน แต่อย่างไรก็ดีสำหรับหุ้นรามด้วยความที่ปริมาณหุ้นเขาหน่อย พี่โฟร์ในตลาดก็น้อยด้วยนั้นเองถ้าเกิดว่าบริษัท มีการทำกำไรเพิ่มขึ้นทุกๆปี หุ้นของลุลาเนี่ยมีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นไปได้มากกว่านี้เลย ด้วยความที่หุ้นรามก็ไม่ได้มีขนาดที่ใหญ่มาก แล้วก็มีจำนวนหุ้นที่น้อยด้วยเมื่อทีมงานมีความต้องการเยอะๆ ราคามีโอกาสที่จะปรับตัวไปได้มากกว่านี้นั่นเองซึ่งก่อนหน้านั้น ราคาก่อนแตกพาร์ของหุ้นรามเนี่ยก็หลายพันอยู่เหมือนกันน่ะนะ ควรลงทุนในอะไรระหว่างหุ้นทั้งสองตัวนี้